Lesson Transcript

Hi, everyone.
In this lesson, you'll practice your listening skills with one classic story told in two
surprising ways.
Listen carefully and tell us which version you prefer.
Let's begin.
หนูบ้านนากับหนูเมือง 2.0: สลับชีวิต
หนูนากำลังขายแอปเปิลที่ข้างถนน
เช้าวันนั้นเงียบสงบ ท้องฟ้าเป็นสีคราม มีเสียงนกร้อง และกลิ่นสดชื่นของหญ้า
คนแปลกหน้าคนหนึ่งแวะมาที่แผงขายของ
เธอสวมแจ็กเก็ตสีสันสดใส แว่นกันแดด และถือแก้วกระดาษทรงสูง
แม่ของหนูนากระซิบกระซาบ “กาแฟเมือง”
หนูนามองแก้วใบนั้น
เธอพูดเบา ๆ “บางครั้งฉันก็คิดถึงเมืองเหมือนกันนะ”
คนแปลกหน้ายิ้ม
“ฉันอาศัยอยู่ในเมือง แต่ฉันมาที่นี่เพื่อมาหาความสงบ"
"ถ้าเราเปิดใจและปรับตัว เราก็สามารถมีสิ่งที่ดีที่สุดจากทั้งสองโลกได้นะ”
เย็นวันนั้น หนูนาโทรศัพท์ไปหาหนูเมือง
“เธอเคยคิดถึงชนบทบ้างไหม”
หนูเมืองตอบ “เคยสิ”
“เราลองมาแบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดของโลกทั้งสองกันไหมล่ะ”
พวกเขาจึงวางแผนสลับที่อยู่กันเดือนละครั้ง
หนูเมืองจะได้นอนดูดาว
หนูนาจะได้เดินเล่นใต้แสงไฟนีออน
พวกเขายังคงผูกพันกับรากเหง้าของตน ในขณะที่แตกกิ่งก้านสาขาออกไป
ด้วยการแบ่งปันสิ่งที่พวกเขามี ทำให้พวกเขามีชีวิตที่สมบูรณ์ขึ้น
หนูนากับหนูเมือง 2.0: การหลบหนีที่ตามติด
หนูเมืองต้องการพักผ่อน เขาเก็บกระเป๋าแล้วขึ้นรถไฟไปเยี่ยมลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ในชนบท
เขาพูด “อากาศสดชื่น ค่ำคืนเงียบสงบ นี่แหละชีวิต”
ตอนแรกเขาก็ผ่อนคลายดี เขาดื่มชา ดูนก เก็บแอปเปิล
แต่แล้วเขาก็คิดถึงกาแฟเอสเพรสโซของเขา เขาเลยเปิดคาเฟขึ้นมา
ต่อมาเขาคิดถึงเตียงนอนของเขา เขาเลยสร้างโรงแรมหรูพร้อมสระว่ายน้ำใหญ่
แล้วเขาก็คิดถึงบริการส่งของ เขาจึงสร้างบริการส่งของด้วยโดรน
เขาคิดถึงถนนลาดยาง เขาจึงลาดยางถนน
ไม่นานนักท่องเที่ยวก็ทยอยกันมา ตามด้วยช่างภาพ แล้วก็อินฟลูเอนเซอร์
ทุ่งหญ้ากลายเป็นบ้านพักเชิงนิเวศ แผงขายแอปเปิลกลายเป็นศูนย์สุขภาพ
หนูนาเฝ้ามองดูเหตุการณ์มาตลอด
เช้าวันหนึ่ง หนูเมืองพูดขึ้นว่า “นี่ฉันคิดไปเองหรือเปล่า ว่าเมื่อก่อนแถวนี้เคยเงียบสงบกว่านี้”
หนูนาไม่ได้ตอบอะไร
เขาเพียงแค่มองดูถนนที่กำลังถูกลาดยางตัดผ่านทุ่งหญ้าไป
Great listening!
Which version did you prefer and why?
Share your thoughts in the comments below.

Comments

Hide